top of page
ค้นหา

XERF vs Ulthera ต่างกันอย่างไร? เปรียบเทียบหัตถการยอดนิยมปี 2026 พร้อมราคาและงานวิจัย

  • รูปภาพนักเขียน: Gim Woo-Bin
    Gim Woo-Bin
  • 24 พ.ค.
  • ยาว 3 นาที

อัปเดตเมื่อ 24 พ.ค.


หากคุณกำลังเปรียบเทียบหัตถการกระชับผิวยอดนิยมปี 2026 อยู่ระหว่าง XERF และ Ulthera (Ultherapy) บทความนี้จะช่วยให้คุณเห็นภาพชัดขึ้น ทั้งเรื่องเทคโนโลยี ผลลัพธ์ ราคา ความคุ้มค่า และข้อมูลจากงานวิจัยต่างประเทศ เพื่อประกอบการตัดสินใจ


XERF คืออะไร?

XERF คือนวัตกรรม Monopolar Radiofrequency (RF) รุ่นใหม่ที่พัฒนาขึ้นในเกาหลีโดย Cynosure Lutronic ใช้เวลาพัฒนา 7 ปี และได้รับ FDA clearance ในสหรัฐอเมริกาปี 2024 จุดเด่นคือระบบ Dual-Frequency ที่ส่งพลังงาน 2 ความถี่พร้อมกัน (6.78 MHz และ 2 MHz) ครอบคลุมทั้งชั้นผิวตื้นและลึก พร้อมระบบ AI วิเคราะห์ความลึกของผิวแบบ real-time เพื่อปรับพลังงานให้เหมาะกับผิวแต่ละคน



Ulthera (Ultherapy) คืออะไร?

Ulthera หรือ Ultherapy คือการรักษาด้วย Micro-Focused Ultrasound with Visualization (MFU-V) ที่ได้รับ FDA approval ตั้งแต่ปี 2009 นับเป็นเครื่องมือยกกระชับแบบ non-invasive ที่มีประวัติการรับรองทางคลินิกยาวนานกว่า 15 ปี สามารถส่งพลังงานลึกถึงชั้น SMAS ซึ่งเป็นชั้นเดียวกับที่ศัลยแพทย์ทำงานในการผ่าตัด พร้อมระบบ Ultrasound Imaging ให้แพทย์มองเห็นชั้นเนื้อเยื่อขณะรักษาได้จริง


หลักการทำงาน: XERF vs Ulthera

  • XERF: ใช้คลื่น Radiofrequency 加热เนื้อเยื่อรอบข้าง ทำให้คอลลาเจนเดิมหดตัวและกระชับ พร้อมกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ สัมผัสได้อุ่นสบาย ไม่เจ็บ

  • Ulthera: ใช้คลื่น Ultrasound สร้างจุดความร้อนแบบ Thermal Coagulation Points (TCP) ที่อุณหภูมิ 65–70°C ในชั้น SMAS เพื่อ denature คอลลาเจนและกระตุ้นการสร้างใหม่ในระยะยาว


เปรียบเทียบ XERF vs Ulthera แบบเห็นภาพ


📊 ตารางเปรียบเทียบโดยละเอียด

ด้าน | XERF | Ulthera

เทคโนโลยี | Monopolar RF Dual-Frequency | Micro-Focused Ultrasound (MFU-V)

ความถี่/ความลึก | 6.78 MHz + 2 MHz (ตื้น+ลึก) | 1.5–4.5 mm / ลึกถึงชั้น SMAS

อุณหภูมิรักษา | 40–55°C (อ่อนโยนกว่า) | 65–70°C (สูงกว่า)

ความเจ็บปวด | น้อยมาก รู้สึกอุ่นๆ | ปานกลาง–สูง (บางรายต้องใช้ยาชา)

ผลลัพธ์ | เห็นทันที + พัฒนาต่อใน 4–12 สัปดาห์ | เห็นผลหลัง 2–3 เดือน

ระยะเวลาผล | 1–2 ปี (แนะนำทำ 2 ครั้ง/ปี) | 1–2 ปี (แนะนำทำ 1 ครั้ง/ปี)

การพักฟื้น | แทบไม่มี แดงเล็กน้อย ~3 ชม. | แดง บวม อาจ 1–3 วัน

เหมาะกับ | ทุกสีผิว อายุ 25+ ผิวหย่อนเบา–ปานกลาง | อายุ 30+ ผิวหย่อนปานกลาง–มาก

Imaging ขณะทำ | ไม่มี (ใช้ AI วัดความลึก) | มี Ultrasound Imaging real-time

ราคาในไทย | เริ่มต้น 25,000 บาท (300 ช็อต) | เริ่มต้น 10,000 บาท (เฉพาะจุด) – 130,000 บาท (ทั่วหน้า+คอ)


✅ ข้อดีของ XERF

  • ไม่เจ็บ ไม่ต้องใช้ยาชา เหมาะกับคนกลัวความเจ็บปวด

  • เห็นผลทันทีหลังทำ ผิวกระชับชัดเจน

  • AI ปรับพลังงานให้เหมาะกับผิวแต่ละคน

  • ปลอดภัยกับทุกสีผิว ไม่มีความเสี่ยงด้านสีผิว

  • ทำซ้ำได้ 2 ครั้ง/ปี เพื่อรักษาผลลัพธ์


⚠️ ข้อจำกัดของ XERF

  • เป็นเทคโนโลยีใหม่ มีงานวิจัยระยะยาวน้อยกว่า Ulthera

  • ไม่มี Imaging ขณะทำ ต้องพึ่ง AI และความเชี่ยวชาญของแพทย์

  • อาจเหมาะน้อยกว่าสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนมากในระดับที่ต้องการพลังงานสูง


✅ ข้อดีของ Ulthera

  • มีงานวิจัยรองรับมากกว่า 50 studies และ 120 peer-reviewed publications

  • มี Ultrasound Imaging เห็นชั้นเนื้อเยื่อขณะรักษา แม่นยำสูง

  • ส่งพลังงานลึกถึงชั้น SMAS ผลยกกระชับชัดเจนในผู้ที่ผิวหย่อนมาก

  • ได้รับความไว้วางใจจากแพทย์ทั่วโลกมาอย่างยาวนาน


⚠️ ข้อจำกัดของ Ulthera

  • เจ็บปวดระหว่างทำในระดับปานกลางถึงสูง หลายรายต้องใช้ยาชาหรือยาแก้ปวด

  • ผลลัพธ์ต้องรอ 2–3 เดือนจึงเห็นชัด

  • ทำซ้ำบ่อยเกินไปอาจทำให้เนื้อเยื่อใต้ผิวสูญเสียปริมาณ (volume loss)

  • ราคาต่อครั้งสูงกว่าสำหรับบริเวณที่ต้องการพลังงานมาก


💰 เปรียบเทียบราคาในไทย ปี 2026

XERF

  • 300 ช็อต → 25,000 บาท

  • 600 ช็อต → 49,000 บาท (จากราคาปกติ 60,000 บาท)

  • แนะนำ 2–4 ครั้งต่อปี ห่างกัน 3–4 เดือน


Ulthera / Ultherapy Prime

  • รอบดวงตา/ยกคิ้ว → 10,000–20,000 บาท

  • กรอบหน้า → 30,000–50,000 บาท

  • ลำคอ → 20,000–40,000 บาท

  • ทั่วหน้า + ลำคอ (Ultherapy Prime 700 Line) → ~91,000 บาท

  • ทั่วหน้า + ลำคอ (Ultherapy Prime 1000 Line) → ~130,000 บาท

  • แนะนำปีละ 1 ครั้ง


🔍 วิเคราะห์ความคุ้มค่า

หากเปรียบจากมุมมองต้นทุนต่อปี:

  • XERF: ทำ 2 ครั้ง/ปี @ 25,000 = 50,000 บาท/ปี (สำหรับ 300 ช็อต) → เจ็บน้อย เห็นผลทันที

  • Ulthera: ทำ 1 ครั้ง/ปี @ 60,000–130,000 บาท → เจ็บกว่า รอผลนานกว่า แต่พลังงานลึกกว่า

สรุป: XERF คุ้มค่ากว่าสำหรับผู้ที่ต้องการ maintenance รายปีโดยไม่เจ็บ ขณะที่ Ulthera เหมาะกว่าสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนมากและต้องการพลังงานที่ลึกถึงชั้น SMAS ในการรักษาครั้งเดียว


📚 หลักฐานจากงานวิจัยต่างประเทศ


📄 งานวิจัยที่ 1: XERF vs Ultherapy – Clinical Comparison (Cutis Clinic, 2026)

XERF ให้ความร้อนที่อุณหภูมิ 40–55°C เพียงพอสำหรับกระตุ้น collagen remodelling โดยไม่ก่อให้เกิดการ denature ของเนื้อเยื่อ ขณะที่ Ulthera ใช้อุณหภูมิ ~67°C เพื่อ denature คอลลาเจนอย่างตั้งใจก่อนกระตุ้นการสร้างใหม่ ซึ่งมีผลลัพธ์ที่แรงกว่าแต่ต้องการแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง


การศึกษาวิเคราะห์ 45 clinical trials พบว่า HIFU (Ultherapy) มีประสิทธิภาพในการกระชับผิวบริเวณใบหน้าส่วนล่าง คอ และรอบดวงตา โดยปรับปรุง skin laxity ได้ 18–30% แต่ยังขาดข้อมูลระยะยาวเกิน 12 เดือน


งานวิจัยนี้ทบทวนวรรณกรรมจาก PubMed, Scopus และ Web of Science ยืนยันว่า MFU-V (Ultherapy) กระตุ้นการสร้าง collagen และ elastin ในชั้น dermis ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีบทบาทสำคัญใน regenerative aesthetics


การศึกษาในผู้เข้ารับการรักษา 231 ราย พบว่า Ultherapy Prime รุ่นใหม่ลดอาการเจ็บปวด บวม และแดงได้ดีกว่า Legacy อย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี Ultherapy มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง


Dr. David Kim แพทย์ผิวหนังในนิวยอร์ก ระบุว่า XERF เป็น 'game changer' ที่ผลลัพธ์เห็นทันทีและไม่มี downtime ขณะที่ Ultherapy หากทำบ่อยเกินไปอาจทำให้เนื้อเยื่อสูญเสียปริมาณ (volume loss) ได้


สรุป: เลือก XERF หรือ Ulthera ดี?

  • เลือก XERF ถ้า: อายุ 25–45 ปี ผิวหย่อนเบา–ปานกลาง ต้องการผลทันที ไม่อยากเจ็บ ต้องการ maintenance รายปีราคาเข้าถึงได้

  • เลือก Ulthera ถ้า: อายุ 35+ ผิวหย่อนมาก ต้องการพลังงานลึกถึงชั้น SMAS ยอมเจ็บได้ และต้องการงานวิจัยรองรับมากที่สุด

  • ทำทั้งคู่: หลายคลินิกแนะนำใช้ XERF เพื่อ maintenance และ Ulthera เพื่อ deep lifting ซึ่งให้ผลเสริมกัน


แนะนำปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินระดับความหย่อนคล้อยและโครงสร้างใบหน้าของคุณก่อนตัดสินใจเสมอค่ะ

 
 
 

ความคิดเห็น


bottom of page